ข่าวประจำวัน

ทักษิณ"เปิดไพ่อีกรัฐบาลแห่งชาติหลังเลือกตั้ง
"ทักษิณ" ประกาศหลังเลือกตั้งพร้อมให้มี "รัฐบาลแห่งชาติ" ยุติวิกฤติบ้านเมือง ด้าน "สุเทพ" เชื่อพยานเอกกลับคำให้การเพราะถูกบีบคั้นหนัก ยันไม่มีเงินจ้างเป็นล้าน ชี้หนังยาวต้องดูที่ตอนจบ ขณะที่พันธมิตรจี้ กกต.สอบแม่ยายทักษิณแจกของ เข้าข่ายจูงใจ
]

พรรคไทยรักไทยได้เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนทยอยเข้าฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่นนับหมื่นคน โดยมีบรรดาแกนนำ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย เช่น นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายเอกพร รักความสุข น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ เป็นต้น

ทั้งนี้ทีมงานพรรคไทยรักไทยได้นำจอโปรเจคเตอร์ไปติดตามถนนรอบๆ วงเวียนใหญ่ เพื่อให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาได้รับชม ขณะเดียวกันได้มีวินรถจักรยานยนต์หลายร้อยคันขี่มาวนรอบ พร้อมกับตะโกนคำว่า "ทักษิณสู้ๆ"

กระทั่งเวลา 17.45 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีมาถึง และลงไปทักทายกับพวกวินรถจักรยานยนต์ ที่มาให้กำลังใจ

ส่วนการปราศรัยของบรรดาแกนนำไทยรักไทยเป็นไปอย่างเข้มข้น โดย นายสุนัย จุลพงศธร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ปราศรัยว่า หากมีการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายนไปแล้ว และพันธมิตรยังไม่มีการยุติการชุมนุมประท้วง พวกนั้นจะติดคุกข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา

เปิดฉากเย้ยม็อบพันธมิตร "กลั้ว...กลัว"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้พานายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายมาด้วย โดยมี น.ส.แอน อลิชา ไล่สัตรูไกล นักแสดง มานั่งฟังการปราศรัยอยู่หลังเวที ขณะเดียวกัน ผบ.ตร. ผบช.น. ก็มารอพบ พ.ต.ท.ทักษิณหลังเวที ทั้งนี้ ในระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณปราศรัย เมื่อพูดถูกใจชาวบ้านก็จะตะโกนว่า "นายกฯ สู้ๆ" ตลอด จน พ.ต.ท.ทักษิณต้องหยุดพูด เพื่อให้ชาวบ้านตะโกน เมื่อตะโกนเสร็จ พ.ต.ท.ทักษิณจึงปราศรัยต่อ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวตอนหนึ่งว่า นายเสนาะ เทียนทอง มักจะพูดว่าตัวเองเป็นคนผลักดันนายบรรหาร ศิลปอาชา และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าปั้นมาทุกคน ก็เห็นว่ามีปัญหาทุกคน เพราะว่าปั้นแล้วก็ต่อรองเยอะ เลยมีปัญหาและอยากให้ไปช่วยดูหน่อยว่า พวกที่บอกว่าจะออกมากู้ชาติ เห็นแล้วตนก็กลั้ว...กลัว กลัวจังเลย กลัวจะเอาชาติไปทำพัง เพราะหน้าตาแต่ละคนก็เป็นบุคคลที่ล้มละลายมาทั้งนั้น อย่าง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กินแต่ผัก แล้วจะมาบอกว่ากู้ชาติไปทำอะไร เลยขอร้องว่าบรรดาพวกกู้ชาติพอได้แล้ว อย่าให้ชาติเสียหายไปกว่านี้เลย ดังนั้น วันที่ 2 เมษายน ช่วยกันส่งม็อบกลับบ้านทีเถอะ ไปเลือกตั้งกันให้เต็มที่ จะไม่เลือกพรรคไทยรักไทยก็ได้ ถ้าเห็นด้วยกับกลุ่มม็อบก็ให้ไปกาช่องไม่ลงคะแนน

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า อย่างพรรคประชาธิปัตย์แม้จะไม่ลงแข่งในครั้งนี้ แต่พรรคไทยรักไทยแข่งกับตัวเอง ถึงแพ้ตนก็ไม่เป็นนายกฯ อยากจะวิงวอนหัวหน้าม็อบว่าจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย วันนี้โกรธกันก็อย่าทำให้ชาติเสียหาย อะไรที่น้อยใจก็มาคุยกัน พล.ต.จำลอง น้อยใจ เพราะเรื่องโรงเรียนผู้นำหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องเบียร์ช้างก็มาคุยกัน อย่าง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ถ้าอยากจะทำทีวี ถ้ามี กสช.แล้ว ก็ไปขอใบอนุญาตให้ถูกต้องซะ ตนขอยกคำ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มาพูดหน่อยว่า "กลับบ้านเถอะลูก" อยากจะบอกว่าเป็นนายกฯ มา 5 ปีทำงานหนัก บุกทุกอย่าง ทั้งบุกทั้งทุบ แต่บอกได้ว่าบริหารประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีคนเสียผลประโยชน์มารวมตัวกัน ไม่พอใจก็กล่าวหารัฐบาล และอยากขอร้องสื่ออย่าไปเน้นทำข่าวการเมืองมาก โลกมันพัฒนาไปไกลมากแล้ว อย่ามัวมานั่งทะเลาะกันเอง

เตือนอย่าทะเลาะทำลายกันเอง

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นแค่ประเทศเล็กๆ อย่ามัวมานั่งทะเลาะทำลายกันเองเลย ก็จะให้ตนไปนั่งเจรจากับต่างประเทศในตอนนี้ ในขณะที่มีการทะเลาะกัน ประเทศมันก็รุ่งริ่งหมดแล้ว กัดกันจนเละ พวกเรารักชาติกันแบบไหน คำถามนี้ขอถามไปยังคนที่อยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ กติกาไม่เคารพแล้วจะอยู่กันได้อย่างไร ถ้าคนคิดจะฝ่าไฟแดงมันก็ชนกันตายหมดแล้ว สื่อขอให้แยกแยะหน่อยเถิด ระหว่างประเทศชาติกับการทำข่าว ตนไม่แคร์ว่าจะเป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ แต่ประเทศชาติต้องเข้มแข็ง

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เมื่อช่วงวันที่ 25-26 มีนาคม ที่ผ่านมา ตนเห็นว่ามีคนไปเลือกตั้งล่วงหน้ากันเยอะมากเป็นประวัติการณ์ ทั้งๆ ที่มีพรรคการเมืองลงสมัครน้อย สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยหวงแหนประชาธิปไตย ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนที่จะอยู่ข้างม็อบ ก็ต้องไปสำรวจตัวเองว่าทำไมพรรคที่ได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยถึงไม่ยึดหลักประชาธิปไตยและที่นายชวน หลีกภัย กล่าวปราศรัยบนเวทีสนามหลวง บอกว่า ตนแทรกแซงองค์กรอิสระ ตนก็อยากจะบอกว่าในช่วงที่ตนโดนคดีซุกหุ้นจาก ป.ป.ช.ในสมัยที่นายกล้านรงค์ จันทิก เป็นเลขาฯ ป.ป.ช. ถือเป็นการสกัด ไม่ให้ตนเข้ามา ซึ่งนายชวนน่าจะรู้จักนายกล้านรงค์ดี เพราะนายกล้านรงค์เคยทำงานให้กับสำนักงานทนายความของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์

ชูตั้ง "รัฐบาลแห่งชาติ" ยุติขัดแย้ง

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า จากนี้ไปพรรคไทยรักไทยจะมีการแก้กฎหมายครั้งใหญ่ในประเทศ กฎหมายอะไรที่กดขี่ประชาชน ขัดรัฐธรรมนูญ หรือเอาเปรียบก็จะถูกแก้ไข เพราะมันไม่มีใครจะมาวอล์คเอาท์ได้ เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้วก็จะมีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อความสมานฉันท์ และยินดีที่จะเปิดโอกาศให้พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศชาติร่วมกัน พร้อมทั้งปฏิรูปการเมือง ยินดีที่จะให้โควตาพรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทย มหาชน เข้ามาแก้ไขปัญหา หรือแม้แต่นายสนธิ พล.ต.จำลอง จะเข้ามาช่วยก็พร้อม โดยจะอยู่กับ 3 พรรคนั้น ก็ไม่ว่ากัน แต่ต้องไปอยู่ในที่ที่ไม่มีปัญหานะ เพราะตนกลัวท่านทำงานไม่เป็น และอยากให้ปัญหาทุกอย่างยุติหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายนนี้

"เรื่องการโกงการเลือกตั้งไม่ใช่วิสัยของผม เที่ยวนี้รับรองใสสะอาดที่สุดเพราะมีการตรจสอบกันหนักเหลือเกิน แต่มันก็ไม่ตรงกันตอนที่เอาตัวประกันมาเปิดเผยนี่แหละ ใครจะระแวงเรื่องอะไรก็บอกมา ถ้าระแวงมากนักเดี๋ยวจะเปิดที่นั่งใน ครม.ให้มาตรวจสอบเลย มาเป็นรองนายกฯ ก็ได้ จะให้นายอภิสิทธิ์มาเป็นรองนายกฯ ก็ได้" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม ตนจะไปปราศรัยที่สวนลุมพินี เพื่อพูดในหัวข้อ "เศรษฐกิจไทยในบริบทใหม่" ให้บรรดานักธุรกิจและกลุ่มคนทำงานในย่านนั้นได้ฟัง เพราะมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีคนมาใช้สิทธิเยอะ การพูดครั้งนี้จะเป็นการพูดถึงอนาคตทิศทางประเทศไทย ที่ผ่านมา มีนักธุรกิจมาบอกตนว่าอย่ายอมแพ้ แต่ถ้าจะลาออกขอให้บอกล่วงหน้าจะได้ตั้งหลักทัน แต่ตนก็บอกไปว่าคงจะยอมให้คนพาลไม่ได้ และไม่ยอมให้ใครมาฉีกประชาธิปไตย และตนจะไม่เป็นนายกฯ ก็ได้ ถ้าประชาชนทั้งประเทศตัดสิน แต่จะไม่ยอมลาออกจากการเป็นนายกฯ เพียงเพราะคนไม่กี่คนมาตัดสินแทน

"ทักษิณ" สั่งจัดการ "สุเทพ" ขั้นเด็ดขาด

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพยานของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กลับคำให้การ โดยซัดทอดว่าถูกนายสุเทพ กักขังหน่วงเหนี่ยวและจ้างให้ซัดทอดแกนนำพรรคไทยรักไทย ว่าไม่ได้อ่านข่าว ไม่รู้เรื่องอีกเหมือนกัน ตรงนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจัดการไปเลย ใครผิดก็ว่าไปตามผิด

"ผมบอกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแล้ว ว่าทำงานกับผมง่ายมาก ผิดก็ว่าผิด ไม่ต้องไว้หน้าใครทั้งสิ้น ไม่ว่าฝ่ายไหน ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองไม่มีกติกาไร้ขื่อแปไม่ได้หรอก" พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีดังกล่าวจะรุนแรงถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ นายกฯ กล่าว โอ้ย ก็ไม่รู้เหมือนกัน วันนี้ ไม่ได้คิดอะไรมาก อยากให้ทุกฝ่ายรักษาประชาธิปไตยไว้ให้ได้เท่านั้นพอ เลือกตั้งวันที่ 2 เมษายนให้เสร็จอะไรจะเป็นอย่างไรไม่เป็นไรขอให้รักษาประชาธิปไตยรักษากติกาบ้านเมืองให้ได้ เรื่องปลีกย่อยค่อยมาว่ากัน

ชี้ป๋าเปรมไปเลือกตั้งเพราะรัก ปชต.

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวถึงการที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจะถือเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ ว่าแสดงให้ว่าทุกคนรักประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยกว่าจะได้มาต้องต่อสู้กันมาเยอะ บางคนต้องเสียเลือดเสียชีวิต เราจะปล่อยให้ประชาธิปไตยหายไปไม่ได้หรอก ต้องช่วยกันรักษาเอาไว้ ซึ่งตนเองก็ทำหน้าที่ส่วนหนึ่งคือ รักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตย โดยไม่สนใจว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ มันไม่เกี่ยวเลย

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าช่วงวันที่ 25-26 มีนาคม ว่าเท่าที่ดูก็มีการมาใช้สิทธิล่วงหน้ากันเยอะ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนหวงแหนประชาธิปไตย

"อย่างที่ผมบอก ผมไม่ค่อยมายด์ ว่าผมจะได้เป็นนายกฯ ต่อไหม แต่ประชาธิปไตยขาดตอนไม่ได้ อันนี้สำคัญที่สุด สำคัญกว่าสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ทรท.เย้ย ปชป.ฮาราคีรีตัวเอง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ รองโฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณี นางฐัติมา ภาวะลี กลับคำให้การโดยระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ บงการให้ใส่ร้ายพรรคไทยรักไทยว่า นึกไม่ถึงว่าละครเรื่องนี้จะจบลงแบบช็อกคนดูทั้งประเทศและถึงเวลาที่คนใส่ร้ายผู้อื่นจะต้องได้รับชะตากรรมแล้ว พรรคประชาธิปัตย์กำลังฮาราคีรีตัวเอง ทำตัวเหมือนหมาที่ร้องเหมือนแมวในเรื่องระบอบประชาธิปไตยเพียงเพื่อต้องการกำจัด พ.ต.ท.ทักษิณ ให้พ้นจากการเมืองเท่านั้น

"สุเทพ" เชื่อพยานเอกถูกบีบคั้นหนัก

นายสุเทพ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงข่าวที่พรรค ชี้แจงกรณีที่นางฐัติมา ภาวะลี ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคแผ่นดินไทย ที่เคยเป็นพยานให้นายสุเทพกล่าวหาพรรคไทยรักไทยจ้างวานผู้สมัครพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง กลับลำเข้าแจ้งความกับกองปราบปรามเพื่อให้ดำเนินคดีกับนายุสเทพ ฐานกักขัง หน่วงเหนี่ยว และยืนยันว่าไม่เคยรู้จักนางฐัติมา มาก่อน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำขบวนการอีสานกู้ชาติ พานางฐัติมามาพบกับตนที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยบอกว่ารู้จักกัน และนางฐัติมาเล่ารายละเอียดต่างๆ ให้ฟังโดยยืนยันว่าต้องการเอาเรื่องนี้มาบอกกับพรรคประชาธิปัตย์ ตนจึงให้นายสุวโรช พะลัง อดีต ส.ส.ชุมพร พูดคุยกับพยานคนนี้ เพื่อตรวจสอบว่าเอกสารหลักฐานของนางฐัติมาเชื่อถือได้หรือไม่ นายสุวโรชบอกกับตนว่า หลักฐานเหล่านั้นเชื่อถือได้ ตนจึงเชิญนางฐัติมามาพบที่ห้องทำงานเพื่อพูดคุย โดยให้เจ้าหน้าที่บันทึกวิดีโอเพื่อนำไปถอดเทป และตรวจสอบว่าสิ่งที่พูดมาจริงหรือไม่

นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้นำเทปบันทึกไปให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายตรวจสอบกับหลักฐานที่เรามีอยู่ว่าสิ่งที่นางฐัติมาพูดมีเหตุผลหรือไม่อย่างไร ซึ่งต่อมาตนได้มอบหมายให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคสอบปากคำนางฐัติมาอีกครั้งหนึ่งแล้วมารายงานให้ตนทราบ ได้บอกว่าจะต้องไปเตรียมการที่สำนักงานทนายความคนึง ฤาชัย เพราะคงจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับตนจากฝ่ายพรรคไทยรักไทย และทนายความก็ได้สอบปากคำนางฐัติมาอีกครั้งและมีการทำบันทึกไว้ด้วย

นายสุเทพ กล่าวว่า ต่อมานางฐัติมาเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยเพราะออกจากที่ทำการพรรคแผ่นดินไทยทั้งวันและมีคนโทรศัพท์ตามตัวตลอด จึงไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะทราบเรื่องนี้แล้วทำอะไรหรือไม่ ตนจึงบอกว่าหากรู้สึกไม่ปลอดภัยก็สามารถขอให้พรรคช่วยเหลือได้ จึงขอให้ตำรวจ สน.มักกะสัน ที่เคยติดตามตนสมัยเป็นรัฐมนตรี มารับนางฐัติมาไปส่งที่บ้านพัก และยังได้ฝากเอกสารเพิ่มคือ ใบเสร็จการจ่ายเงินมาให้ตนด้วย และในคืนวันเดียวกันได้โทรศัพท์ถึงนายตำรวจคนดังกล่าว แจ้งมาถึงตน ขอไปอาศัยที่บ้านพักของตนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากทราบว่ามีพยานคนอื่นพักอยู่แล้ว จึงซื้อตั๋วเครื่องบินให้นางฐัติมาเดินทางเช้าวันที่ 21 มีนาคม ขณะที่พรรคไทยรักไทยได้แถลงข่าวระบุว่า ตนกักขังหน่วงเหนี่ยวพยาน ตนจึงต้องออกมาเปิดเผยกับสื่อว่า พยานพักอยู่ที่บ้านตนที่สุราษฎร์ฯ และให้คนที่บ้านพาพยานไปทำบันทึกประจำวันที่ สภ.อ.พุนพิน เพื่อเป็นหลักฐานว่าพยานไปอาศัยบ้านของตนอยู่ด้วยความสมัครใจ

นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 23 มีนาคม พยานได้โทรศัพท์มาหาตนโดยบอกว่า น้องสาวถูกบีบคั้นให้ไปแจ้งความที่กองปราบฯ และกำลังเดินทางมารับตัวกลับกรุงเทพฯ ซึ่งหากนางฐัติมาไม่เดินกลับกรุงเทพฯ ปัญหาของน้องสาวก็จะไม่จบ จึงจำเป็นต้องมาช่วยน้องสาว ซึ่งตนบอกว่าขออย่างเดียวให้นางฐัติมาเดินทางกลับตอนเช้า เพราะไม่ต้องการให้กองปราบฯ เข้าไปถึงบ้าน เพราะกลัวความไม่ปลอดภัยของพยานอีก 3 คน จึงนัดหมายว่าให้บอกกับเจ้าหน้าที่กองปราบฯ ว่า เช้าวันที่ 24 มีนาคม ให้ไปพบกันที่ สภ.อ.พุนพิน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เมื่อถึงเวลาได้นำตัวนางฐัติมาไปส่งที่ สภ.อ.พุนพิน และลงบันทึกเป็นหลักฐานว่า พยานเดินทางไปกับเจ้าหน้าที่กองปราบฯ เพราะตนเป็นห่วงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยแก่พยาน เพราะมีการขู่ตลอดว่าจะกลายเป็นเหมือนชิปปิ้งหมู ทั้งหมดมีขั้นตอนบันทึกการแจ้งความไว้แล้ว

"การที่พยานกลับคำให้การเชื่อว่าเพราะถูกบีบคั้น แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใด แต่คงพอนึกออกได้ เมื่อพยานตกไปอยู่ในมืออาชีพทั้งนั้น จะเกิดอะไรขึ้น ผมก็เข้าใจอยู่แล้วและยังรู้สึกดีกับพยาน ไม่ว่าจะพูดจาอะไรให้เสียหายผมก็ไม่ติดใจส่วนที่บอกว่าผมให้เงินเป็นล้านๆ ขอเรียนว่าพรรคเราไม่มีเงินพอขนาดนั้นและผมก็ไม่ได้มั่งมีขนาดนั้น ทุกวันนี้ที่ทำงานการเมืองก็ด้วยเงินบริจาคเงินลงขันทั้งนั้น ผมไม่มีปัญญาไปจ้างพยานด้วยเงินเป็นล้านๆ ไม่ว่าจะเท่าไรเราก็ไม่มีจ่ายให้พยาน" นายสุเทพ กล่าว

อัดระบอบทักษิณชอนไชทุกวงการ

นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเอาบันทึกที่พยานเล่ามาฉายให้สื่อและ กกต.ดู เพื่อให้รู้สึกเอาเองว่าดูแล้วคิดอย่างไร เชื่อว่าแม้แต่ กกต.ดูแล้วยังรู้สึกอึ้งไปเลย เพราะฉะนั้นเชื่อว่าความจริงก็เป็นความจริง ถ้าเป็นหนังก็เป็นหนังยาวหน่อยต้องอดทนติดตามดูตอนจบ ส่วนระยะนี้เกิดอะไรขึ้นกับตนและพรรคก็ต้องทำใจ เพราะเรากำลังสู้กับระบอบทักษิณ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งแสดงให้เห็นว่าระบอบทักษิณมีอำนาจ มีอิทธิพลชอนไชไปทุกวงการ ใช้นักเลงผู้ร้ายออกมาขู่เข็ญ กล้าที่จะขู่กันผ่านโทรทัศน์ และใช้ตำรวจกองปราบฯ เข้ามาดำเนินการโดยรับกันเป็นช่วงๆ จึงขอให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศได้ติดตามตรวจสอบต่อไป ตนเป็นฝ่ายค้านวันนี้ไม่ได้เป็น ส.ส.มีสถานะเหมือนกับประชาชนทั่วไป จะมีปัญญาอะไรเอาอำนาจ อิทธิพลมาข่มขู่ใคร แค่จะรักษาตัวให้รอดไปวันๆ ก็ยากอยู่แล้ว มีการขู่ตนทุกวันว่าจะประทุษร้าย ก็ไม่เป็นไร เป็นโชคชะตาของบ้านเมือง ตนพร้อมที่จะต่อสู้เคียงข้างกับประชาชนจนกว่าระบอบนี้จะสิ้นไปจึงจะรอดพ้นได้

ชี้ 4 เหตุผลทักษิณอยากผูกขาด ปท.

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี พยายามดำเนินการทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ โดยพรรคมีข้อสังเกต 4 ประการ คือ 1.ตายดาบหน้า คือพฤติกรรมการดำเนินการของนายกรัฐมนตรี เป็นพฤติกรรมที่จะดำเนินการทุกสิ่งทุกอย่างที่ตั้งไว้ เพื่อที่จะให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 2 เมษายนนี้ เพื่อที่ตัวเองจะได้กลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้ง โดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก่อนและหลังวันที่ 2 เมษายน พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้คำนึงว่าบ้านเมืองจะเกิดผลกระทบอย่างไร เป็นการเดินเพื่อเอาประเทศ ตำแหน่งในฐานะนายกรัฐมนตรีไปสุ่มเสี่ยงกับอันตรายต่างๆ เหมือนเอาประเทศไปตายดาบหน้าพร้อมกับตัวนายกรัฐมนตรี 2.หาความชอบธรรมให้ตัวเองบนความบอบช้ำของประเทศไทย ขณะนี้นายกรัฐมนตรีหวังที่จะอาศัยการเลือกตั้งมาสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้น และหวังว่าจะไปลบล้างความเคลือบแคลงใจ สงสัย และความผิดต่างๆ ที่ได้ทำมาในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา 3.ตอกย้ำการใช้อำนาจทุกรูปแบบ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการครองอำนาจต่อไป โดยใช้อำนาจรัฐไปทำให้ผลการเลือกตั้งมีคะแนนออกมาถล่มทลายมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีการใช้อำนาจรัฐเข้าไปข่มขู่คุกคามพยานที่เกี่ยวข้องกับการเปิดโปงการทุจริตการเลือกตั้ง และ 4.ผูกขาดประเทศ ถึงแม้ว่าจะได้ ส.ส.ไม่ครบ 500 เสียง แต่พรรคไทยรักไทยจะพยายามถูลู่ถูกัง บิดเบือนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ทำทุกวิธีทางที่จะทำให้ผ่านกระบวนการเหล่านี้ และเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จะเป็นจุดเริ่มต้นรอบ 2 ของการผูกขาดประเทศไทยอีกยาวนาน
สาวมธ.เครียดพ่อนอนไอซียูแม่ดุเรื่องเรียนโดดตึก8 ชั้นดับ



สาว ม.ธรรมศาสตร์ ดิ่งตึกชั้น 8 ฆ่าตัวตาย เขียนจดหมายลาตายยกย่องแฟนหนุ่มเป็นคนดี เพื่อนเผยผู้ตายพักอยู่กับแฟนแต่ไม่เคยมีปากเสียง ระบุสาเหตุเครียดเพราะพ่อถูกยิงรักษาอยู่ในห้องไอซียูและแม่โทรตัดพ้อเรื่องเรียน

เหตุการณ์นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กระโดดตึกฆ่าตัวตายจากสาเหตุความเครียด เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 25 มีนาคม พ.ต.ต.สุรพล ขาวคม สารวัตรเวร สน.ประชาชื่น รับแจ้งเกิดเหตุหญิงสาวตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายใน "ธิติวงศ์วงศ์สว่างอพาร์ตเมนต์" แขวงและเขตบางซื่อ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผกก.สน.ประชาชื่น พร้อมแพทย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 8 ชั้น อาคารดังกล่าวสร้างเป็นห้องพักหันหน้าเข้าหากันทั้ง 4 ด้าน บริเวณลานจอดรถชั้นล่างพบผู้เสียชีวิตสภาพนอนหงายสวมเสื้อกล้ามสีชมพู สวมกางเกงยีนขายาว ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ณัฏฐากร โตปิติ หรือจิ๊บ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ตรอกบางขุนพรม แขวงบ้านพรานถม เขตพระนคร เป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีสุดท้าย

ตรวจสอบพบส้นเท้าซ้ายฉีกเป็นแผลฉกรรจ์ กระดูกแขนและขาหัก ใกล้กันพบรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน สฉ 7123 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ถูกร่าง น.ส.ณัฏฐากร หล่นลงมากระแทกกระจกหน้ารถร้าว แก้มขวาบุบ ที่ปัดน้ำฝนด้านขวาหัก

จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.ณัฏฐากรกระโดดลงมาจากชั้น 8 แต่พักอยู่ที่ห้องเลขที่ 520 ชั้น 5 กับนายณัฐพล เสริมพล หรือก้อง อายุ 23 ปี แฟนหนุ่ม เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่ห้องพักไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แต่พบจดหมายลาตายสรุปใจความยกย่องแฟนหนุ่มว่าเป็นคนดี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบบริเวณระเบียงชั้น 8 พบรองเท้าแตะสีชมพูทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ด้ายนายณัฐพล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุอยู่ในห้องพักกับผู้ตาย แต่สักพักผู้ตายขอตัวไปซื้ออาหาร แต่ก็ไม่เห็นกลับห้องจนกระทั่งได้ยินคนบอกว่ามีคนกระโดดตึกจึงวิ่งออกไปดูพบว่าเป็นแฟนสาว อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาของแฟนสาวทราบว่ามีเรื่องเครียดเกี่ยวกับพ่อถูกยิงได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลเกษมราษฎร์สระบุรี

เจ้าหน้าที่สอบสวนเพื่อนผู้ตายเพิ่มเติม ให้การว่า ผู้ตายกับแฟนหนุ่มเพิ่งมาพักที่ห้องดังกล่าวเพียง 2 เดือน ไม่เคยมีปากเสียงทะเลาะกันมาก่อน ส่วนพ่อกับแม่ของผู้ตายแยกกันอยู่ที่ จ.อ่างทอง ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้รับโทรศัพท์จากแม่สอบถามเรื่องเรียน นอกจากนี้ผู้ตายยังเคยพูดว่าหากพ่อไม่อยู่แล้วก็จะขอตายตามพ่อไป จึงทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดกระโดดตึกฆ่าตัวตาย

ขณะที่นายมนตรี วงษ์ประสาน อายุ 20 ปี พักอยู่ห้อง 808 ชั้น 8 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนอนอยู่ในห้องซึ่งเปิดประตูทิ้งไว้เห็นผู้ตายเดินอยู่ระเบียงตรงข้ามกับห้องที่ตนพัก 1 รอบเพียงคนเดียว แต่เมื่อผู้ตายเห็นตนก็เดินหลบหายไปทันที จากนั้นต่อมาประมาณ 5 นาที ได้ยินเสียงดังตุบจึงรีบวิ่งมาดู พบว่าผู้ตายกระโดดตึกแล้ว

พ.ต.อ.วัชรพงศ์ กล่าวว่า ตรวจสอบในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมพบว่าผู้ตายกระโดดตึกฆ่าตัวตายเองเนื่องจากเครียดที่ถูกแม่ตัดพ้อว่าเรียนไม่จบ และพ่อถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนเรื่องแฟนหนุ่มไม่ได้มีปัญหากันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม จะต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง