การออกเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษ
การออกเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษ

การจะพูดภาษาใดนั้นต้องเริ่มต้นด้วยการออกเสียงให้ถูกต้องก่อนแล้วจึงหัดพูดเป็นประโยคเราเรียนภาษาอังกฤษมาเป็นเวลานาน
แต่ไม่ได้เรียนเพื่อการพูด เท่าที่เรียนเกี่ยวกับการออกเสียงก็เพียงให้รู้จักภาษาอังกฤษและก็ได้เรียนกันมาโดยถูกต้องเป็นบางส่วน
เท่านั้น เราจะมาเริ่มต้นการออกเสียงอักษร 26 ตัวให้ถูกต้องดังนี้

A, a ปกติเราจะออกเสียงว่า เอ การออกเสียงที่ถูกต้องออกเสียงว่า เอ+อิ เพื่อไม่ให้ยุ่งยากต่อการออกเสียงให้ทำดังนี้คือ เหยียดริมฝีปากออกให้กว้าง ออกเสียง เอ แล้วเลื่อนขากรรไกรพร้อมกับลิ้นสูงขึ้นเพื่อออกเสียง อิ คำใด ๆ ที่มีอักษร a อยู่ด้วยแล้วอ่านออกเสียงอย่างที่กล่าว เช่นคำว่า day, way, cake ออกเสียง เอ เท่านั้นฝรั่งก็เข้าใจแต่ไม่ได้เป็นเสียง
ที่เขาออกเสียงกัน

B, b ออกเสียง บี ออกเสียงสระ อี ี โดยเหยียดริมฝีปากออกกว้างกว่าเสียง อี ของไทย

C, c ออกเสียง ซี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียดริมฝีปากออกเช่นกัน

D, d ออกเสียง ดี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียดริมฝีปากออกเช่นกัน

E, e ออกเสียง อี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียดริมฝีปากออกเช่นกัน

F, f ออกเสียงว่า เอฟ โดยตอนท้ายออกเสียง ฟ โดยให้ได้ยินเสียงลมเสียดสีระหว่างฟันบนกับริมฝีปากล่าง ส่วนมากคนไทยจะไม่ออกเสียงพยัญชนะท้ายคำ

G, g เราออกเสียงว่า จี โดยออกเสียง จ แบบภาษาไทย ถ้าหากจะออกเสียงให้ถูกต้องแล้วต้องดัดแปลงจากเสียง จ ภาษาไทยให้เป็นเสียงที่ฝรั่งเขาออกกันดังนี้คือ ให้ห่อริมฝีปากเข้ามาเล็กน้อยและทำริมฝีปากให้ยื่นออกไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วออกเสียง จ ให้แรงกว่าการออกเสียง จ ของไทยแล้วจึงออกเสียง อี โดยเหยียดริมฝีปากออก

H, h ปกติเราออกเสียงว่า เอช ออกเสียง a ดังที่กล่าวไปแล้วคือ เอ+อิ แล้วออกเสียง ช เสียง ตอนท้ายต้องออกเสียง ช ให้ชัดเจนแต่ต้องดัดแปลงเสียง ช แบบไทย ๆ เป็นเสียง ch ของฝรั่งคือทำเช่นเดียวกันกับลักษณะการออกเสียง g โดยห่อริมฝีปากนิดหน่อยและทำริมฝีปากให้ยื่นออกไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วจึงออกเสียง ช ออกมาให้ค่อนข้างแรง เพื่อให้ง่ายต่อการออกเสียงให้ทำอย่างออกเสียง a แบบที่กล่าวไปแล้วและห่อปากเข้ามาเล็กน้อยและให้ยื่นออกไปเล็กน้องแล้วออกเสียง ช แรง ๆ มีบางคนออกเสียงว่า เฮช จะว่าผิดก็ไม่เชิงเพราะชาว Irish ซึ่งพูดภาษาอังกฤษเหมือนกันออกเสียงแบบนั้น เพียงแต่ไม่เป็นที่นิยมของคนทั่วไป

I, i ปกติเราจะออกเสียงว่า ไอ ต้องแก้ไขโดยออกเสียงว่า อาย แบบออกเสียง eye คำต่าง ๆ ที่เราเคยออกเสียงว่า ไอ ให้เปลี่ยนเป็นออกเสียง อาย แทน บางครั้งเสียง อาย นี้ก็สั้นจนฟังแล้วเหมือนเสียง ไอ เสียงจะสั้นหรือยาวเอาไว้เรียนกันทีหลังซึ่งขึ้นกับพยัญชนะที่ตามมา ถ้าออกเสียง I โดด ๆ ก็เป็นเสียง อาย ไม่สั้น ความจริงแล้ว
เสียง ไอ ของฝรั่งไม่มี มีแต่เสียง อาย ยาวหรือสั้น ตัวอย่างการออกเสียงนี้ได้แก่ bicycle, side, direct เสียง อายจะสั้นในคำที่มีเสียงพยัญชนะเสียงหนักตามเช่นคำว่า bite, kite, light, life พยัญชนะเสียงหนักมีอะไรบ้างแล้วจะกล่าวในภายหลัง

J, j ออกเสียงว่า เจ+อิ การออกเสียงตัว จ ให้ออกเสียงแบบที่กล่าวตอนออกเสียง จ ของตัว g ( อย่าลืมเหยียดริมฝีปากออกทันทีเมื่อออกเสียง จ เสร็จเพื่อออกเสียง เอ และ อิ ตามมา)

K, k ออกเสียงว่า เค+อิ เสียง ค ของฝรั่งไม่เหมือน ค ของไทย ออกเสียง ค ของฝรั่งโดยยกโคนลิ้นขึ้นไปให้ยันกับเพดาน ปลายลิ้นอยู่ต่ำ จะแน่ใจว่าโคนลิ้นยันเพดานแล้วโดยทดลองยกโคนลิ้นขึ้นไปแล้วพยายามอัดลมขึ้นมา ถ้าลมออกทางปากไม่ได้ก็แสดงว่าโคนลิ้นยันเพดานแล้ว เมื่อลมโดนอัดขึ้นมาแล้วให้ลดลิ้นลงแล้วออกเสียง ค ก็จะเป็นเสียง k ของฝรั่ง ( ขณะออกเสียงริมฝีปากเหยียดออกตลอดเวลา )

L, l ปกติออกเสียงกันว่า แอล ให้เปลี่ยนเป็นออกเสียง เอล โดยริมฝีปากเหยียดออกมากกว่า เอ ของไทยซึ่งทำให้ฟังแล้วคล้ายเสียงสระ แอ

M, m ออกเสียงว่า เอ็ม ตอนท้ายที่ออกเสียง ม ให้เม้มริมฝีปากให้แน่น

N, n ออกเสียงว่า เอ็น ตอนท้ายที่ออกเสียง น ให้กดปลายลิ้นเข้ากับแนวปุ่มเหงือกหลังฟันบนให้แน่น

O, o ออกเสียงกันว่า โอ เสียงนี้ชาวอังกฤษออกอย่างหนึ่ง ชาวอเมริกันออกอีกอย่างหนึ่ง ชาวอังกฤษจะออกเสียงเป็นสระประสมโดยออกเสียง เออ+อุ อ้าปากเล็กน้อย อย่าเกร็งริมฝีปากและลิ้นแล้วออกเสียง เออ ห่อริมฝีปากและให้ริมฝีปากยื่นออกไปแล้วออกเสียง อุ ส่วนอเมริกันจะออกเสียง โอ+อุ โดยห่อริมฝีปากและให้ริมฝีปากยื่นออกแล้วออกเสียง โอ ต่อด้วยเสียง อุ โดยที่ส่วนหลังของลิ้นเลื่อนขึ้นเล็กน้อย อย่าออกเสียง โอ เฉย ๆ

P, p ออกเสียงว่า พี เม้มริมฝีปากให้แน่นแล้วอัดลมขึ้นมาก่อนแล้วจึงเปิดปาก

Q, q ออกเสียงว่า คิว ตัว ค ออกเสียงให้เหมือนกับที่ออกเสียงตัว ค ของ k

R, r ออกเสียง อา ถ้าเป็น r ที่ประกอบเป็นคำให้ม้วนปลายลิ้นไปทางด้านหลัง อย่าให้ปลายลิ้นติดเพดาน ลิ้นจะไม่รัวเหมือน ร ของภาษาไทย

S, s ออกเสียงว่า เอส ให้มีเสียงลมพ่นออกตอนท้ายด้วย

T, t ออกเสียงว่า ที พ่นลมออกเสียง ท ให้แรงกว่า ท ของไทย

U, u ออกเสียงว่า ยู

V, v ออกเสียงว่า ว ี แต่ ว ของไทยไม่ใช่เสียง V ของฝรั่งให้ออกเสียงโดยนำริมฝีปากล่างเข้าไปใต้ฟันบนแล้วเปล่งเสียงให้เสียงก้องออกจากลำคอ

W, w ให้ออกสียงว่า ดั๊บเบิลยู โดยออกเสียงหนักที่ ดั๊บ และออกเสียงเบาและเร็วที่ เบิลยู อย่าออกเสียง ยู ยาวและหนักเหมือนที่ออกเสียงกัน พยางค์แรกออกเสียงหนักและเสียงจะสูงและยาวกว่าสองพยางค์ต่อไป

X , x ออกเสียงว่า เอคซ ตอนท้ายให้มีเสียงลมเสียดสีระหว่างลิ้นกับเพดานช่วงฟันบนด้วย

Y, y ออกเสียงว่า วาย

Z, z ออกเสียงว่า เซด แบบชาวอังกฤษ ชาวอเมริกันออกเสียงว่า ซี เสียงนี้ไม่มีในภาษาไทย ต้องออกเสียงโดยให้ก้องจากลำคอเป็นเสียงบึ่งจากลำคอ เอามือแตะที่คอหอยแล้วออกเสียง ถ้ารู้สึกว่าที่กล่องเสียงสั่นก็ใช้ได้

หมายเหตุ เสียง อี และ เอ ในภาษาอังกฤษต้องเหยียดริมฝีปากออกให้กว้างกว่าเสียง อี และ เอ ของภาษาไทย

แหล่งอ้างอิง  พล.ร.อ. ชุมศักดิ์  มัธยมจันทร์

chumsakm@yahoo.com


back             home          next