หน่วยที่8 การพูดโน้มน้าวใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การพูดโน้มน้าวใจ

การพูดโน้มน้าวใจ
การพูดโน้มน้าวใจ หมายถึง การพูดเชิญชวน เกลี้ยกล่อม ชักจูงให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อถือ ศรัทธา มีความคิดเห็นคล้อยตาม และปฏิบัติตาม เช่น การพูดโฆษณา การพูดหาเสียง การพูดเชิญชวนให้ปฏิบัติตาม การพูดชักจูงให้เปลี่ยนแปลงทัศนคติ การพูดปลุกเร้าให้เกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ
ผู้พูดที่ดีย่อมจะพูดโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความเชื่อไปในทางที่ดีอันจะเป็นประโยชน์แก่ตนเองและสังคม โดยการใช้ความสามารถในการพูดชี้แนะให้ผู้ฟังเห็นสิ่งดีงาม ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งนั้น และช่วยกันรักษาสิ่งที่ดีงามนั้นไว้ เช่น พูดเชิญชวนให้รักภาษาไทย ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง พูดให้หันมานิยมรับประทานอาหารไทยแทนอาหารฟาสต์ฟูดของต่างชาติ พูดแนะนำให้เห็นความสำคัญของการเกณฑ์ทหารเพื่อรับใช้ชาติ
การพูดโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังเชื่อถือหรือกระทำตามนั้น ควรจะต้องเป็นไปโดยความสมัครใจหรือความยินยอมพร้อมใจของผู้ฟัง มิใช่การบีบบังคับหรือการใช้อุบายอย่างอื่น เช่น แจกเงินให้รางวัลหรือการข่มขู่ ทั้งนี้เพราะความเชื่อที่ถูกบังคับให้เชื่อหรือทำตามนั้น เป็นความเชื่อที่อยู่ได้ไม่นาน ย่อมสลายหายไปเมื่อขาดแรงจูงใจ การพูดโน้มน้าวใจที่ดีและมีประสิทธิภาพ จึงไม่ควรบังคับ แต่จะต้องพูดให้ผู้ฟังตระหนักถึงความเป็นจริง แล้วเกิดความเชื่อถือที่จะกระทำตามด้วยความสมัครใจ

วิธีการพูดโน้มน้าวใจ
การพูดโน้มน้าวใจก็เหมือนกับการพูดในที่ชุมชนประเภทอื่น ๆ นั่นคือ จะต้องมีการเตรียมตัวและมีการดำเนินการต่าง ๆ ให้พร้อมดังนี้
๑) กำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดให้ชัดเจน
นักเรียนจะต้องกำหนดจุดมุ่งหมายให้ชี้เฉพาะว่าในการพูดครั้งนี้ต้องการให้ผู้ฟังเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร หรือต้องการเชิญชวนให้ผู้ฟังกระทำการอย่างใด เพื่อจะได้เตรียมเนื้อหาและวิธีการพูดให้สอดคล้องกับความต้องการนั้น
๒) การจัดลำดับเนื้อหาที่จะพูด
เนื้อหาสาระที่จะพูดนี้ ควรจะจัดวางให้เป็นระบบและเรียงลำดับขั้นตอน เช่นเดียวกับวิธีการพูดแบบอื่น ๆ แต่มีความพิเศษ คือ

- บทนำ พูดในลักษณะของการเรียกร้องและดึงดูดความสนใจ เช่น
“ท่านผู้มีเกียรติคะ ดิฉันว่า ดินที่ขาดป่า ฟ้าที่ขาดฝน คนที่ขาดใจ มีความหมายฉันใดการที่มนุษย์ขาดป่าไม้ก็มีความหมายฉันนั้น ป่าไม้จึงเป็นหัวใจของมนุษย์ แต่ทว่าวันนี้มนุษย์กำลังทำลายหัวใจนั้น นี่เราจะฆ่าตนเองใช่หรือไม่”
- เนื้อเรื่อง เป็นส่วนสำคัญที่สุด นักเรียนควรเลือกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความ
เป็นอยู่หรือเป็นประโยชน์ของผู้ฟัง ไม่ควรนำเรื่องไกลตัวมาพูดโน้มน้าวใจ เพราะอยู่ห่างจากความสนใจยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาร่วมกันของคนในสังคม จะยิ่งกระตุ้นผู้ฟังได้มาก การพูดโน้มน้าวใจนั้นควรเริ่มจากการสร้างความสนใจ ทำให้เห็นว่าเป็นความจำเป็นแล้วให้ข้อแนะนำที่มองเห็นได้ชัดเจน สามารถปฏิบัติตามได้ แล้วจบลงด้วยการขอร้องวิงวอนหรือเชิญชวนให้กระทำตาม
- บทสรุป เป็นการพูดปิดท้ายที่เน้นย้ำให้ผู้ฟังเปลี่ยนความเชื่อ เปลี่ยนทัศนคติ โดยต้องไม่หลงประเด็นที่เรากำหนดไว้อาจจะจบด้วยคำประพันธ์หรือวาทะคำคมที่กินใจตราตรึงในใจของผู้ฟัง เช่น
“ป่าไม้คือชีวิต โปรดอย่าคิดทำลาย มาเถอะค่ะ มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ ยุติการทำลายธรรมชาติ หันหน้ามาช่วยรักษาผืนดิน น้ำ และป่าไม้ เพื่อเป็นสมบัติส่วนกลางที่ทุกชีวิตจะได้พึ่งพิงต่อไป วันนี้ ดิฉันได้เริ่มลงมือปลูกป่าแล้ว ท่านล่ะคะ เริ่มต้นหรือยัง”
๓) วิธีการพูด
นักเรียนควรแสดงความกระตือรือร้นในการพูด พูดอย่างคล่องแคล่ว ไม่ติดขัดเน้นเสียงให้หนักแน่น จริงจัง และใช้การพูดในทำนองเชิญชวนหรือวิงวอนให้ปฏิบัติตามมากกว่าการบังคับ และการใช้สีหน้า สายตา ท่าทางที่จริงจังและมีเหตุผลที่จะสามารถจูงใจผู้ฟังให้เชื่อถือคล้อยตามได้ดี