หน่วยที่5 ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
  ร่าย

ร่าย คือ คำประพันธ์ที่กล่าวบรรยายเรื่อง นิยมแต่งให้สัมผัสคล้องจองกันไปทุกวรรคเท่านั้น จะสั้นยาวสักเท่าไหร่ก็ได้ อาจจำแนกชนิดของร่ายได้ ๔ ชนิด ดังนี้
๑. ร่ายโบราณ
๒. ร่ายสุภาพ
๓. ร่ายดั้น
๔. ร่ายยาว

ร่ายยาว คือร่ายที่ไม่มีกำหนดจำนวนคำในวรรคหนึ่งๆ วรรคทุกวรรคในร่ายอาจมีจำนวนคำแตกต่างกัน คือมากบ้างน้อยบ้าง ใช้แต่งขึ้นเป็นบทเทศน์ เช่น ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกเป็นต้น และร่ายชนิดนี้ไม่ต้องอาศัยคำประพันธ์ชนิดอื่นเรื่องใดประพันธ์เป็นร่ายยาว ก็ให้เป็นร่ายาวตลอดทั้งเรื่อง
ตัวอย่าง อถ มหาสตฺโต ปางนั้นสมเด็จพระเวสสันดรอดุลดวงกษัตริย์ ตรัสทอดพระเนตรเห็นพระอัคเรสถึงวิสัญญีภาพสลบลงวันนั้น พระทัยท้าวเธอสำคัญว่าพระนางเธอวางวาย...........จักเอาวารีมาโสรจสรงลงที่พระอุระพระมัทรี หวังว่าจะให้ชุ่มชื่นฟื้นสมปฤดีคืนมา แห่งนางพระยานั้นแล
(ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี)

บัญญัติร่ายยาว
คณะ คำในวรรคหนึ่ง ๆ ไม่จำกัดจำนวนแน่นอน วรรคหนึ่งจะมีกี่คำก็ได้
สัมผัส คำสุดท้ายวรรคหน้า ส่งสัมผัสไปยังคำใดคำหนึ่งในวรรคต่อไปและส่งรับกันเช่นนี้ตลอดไปจนจบร่าย
คำสร้อย สุดท้าบทร่ายยาว ลงด้วยคำสร้อย เช่น นั้นเถิด นั้นแล นี้เถิด เป็นต้น

เนื้อหามาฝาก

กัณฑ์มัทรี
ความย่อ

กล่าวถึงพระนางมัทรีเข้าป่าหาผลไม้ แล้วเจอเหตุการณ์มหัศจรรย์ต่าง ๆ จึงเดินทางกลับอาศรม ก็เกิดพายุใหญ่ มืดครึ้มไปทั่วบริเวณ อีกทั้งยังมีสิงห์สาราสัตว์ร้าย มาขวางทางไว้ เมื่อมาถึงอาศรมได้ทราบความ ทำให้พระองค์เสียพระทัยมาก จนสลบไป หลังจากฟื้นคืนสติกลับมา พระนางก็อนุโมทนากับพระเวสสันดรด้วย
เนื้อเรื่อง
รุ่งเช้าพระนางมัทรี เข้าป่าหาผลไม้ "เกิดเหตุแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ผลไม้เผือกมันช่างหายากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงมัน ลูกจันทน์ ลิ้นจี่ น้อยหน่า สาลี่ ละมุด พุทรา ไม่มีให้เก็บเหมือนดังกับวันก่อน นางรีบย้อนกลับเคหา ก็เกิดพายุใหญ่ จนมืดครึ้มไปทั่วทั้งป่า ท้องฟ้าสีแดงปานเลือดละเลง ทั้งแปดทิศปรากฎมืดมนไปหมดอย่างไม่เคยมี พระนางทรงห่วงหน้าพะวงหลัง เกรงจะมีภัยแต่พระเวสสันดรา กัณหาและชาลี

พระนางมัทรีรีบยกหาบใส่บ่ารีบเดินทาง พอถึงช่องแคบระหว่างเขาคีรี เป็นตรอกน้อยรอยวิถีทางที่เฉพาะจะต้องเสด็จผ่าน ก็พบกับสองเสือสามสัตว์มานอนสกัดหน้า เทวดาสามองค์แปลงร่างเป็นราชสีห์ เสือเหลือง เสือโคร่งสกัดทางนางไว้เพื่อมิให้พระนางมัทรีติดตามกัณหา ชาลีได้ทัน แต่ถึงกระนั้น เมื่อยามทุกข์เข้าบีบคั้น ความรักลูก ความห่วงพระภัสดา พระนางจึงก้มกราบวิงวอน ขอหนทางต่อพญาสัตว์ทั้งสาม เมื่อได้หนทางแล้ว พระนางก็รีบเสด็จกลับอาศรม

เมื่อมาถึงอาศรม ไม่พบกัณหา ชาลี พระนางก็ร้องเรียกหาว่า

"ชาลี กัณหา แม่มาถึงแล้ว เหตุไฉนไยพระลูกแก้ว จึงไม่มารับเล่าหลากแก่ใจ แต่ก่อนร่อนชะไรสิพร้อมเพรียง เจ้าเคยวิ่งระรี่เรียงเคียงแข่งกันมารับพระมารดา เคยแย้มสรวลสำรวจร่า ระรื่นเริงรีบรับเอาขอคาน แล้วก็พากันกราบกรานพระชนนี พ่อชาลี ก็จะรับเอาผลไม้ แม่กัณหาก็จะอ้อนวอนไหว้จะเสวยนม ผทมเหนือพระเพลาพลาง เจ้าเคยฉอเลาะแม่ต่าง ๆ ตามประสาทารกเจริญใจฯ"

บัดนี้ลูกรักทั้งคู่ไปไหนเสีย จึงมิมารับแม่เล่า ครั้นเข้าไปถามพระเวสสันดรก็ถูกตัดพ้อต่อว่าต่าง ๆ จนพระนางมัทรีถึงวิสัญญีภาพสลบลง พระเวสสันดรทรงปฐมพยาบาลจนพระนางมัทรีฟื้น แล้วจึงแจ้งความจริงว่า พระองค์ได้ทรงยกลูกรักชายหญิงทั้งสอง มอบให้แก่ชูชกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน พระนางก็อนุโมทนาซึ่งทานนั้นด้วย


อานิสงส์

ผู้ใดบูชากัณฑ์มัทรี เกิดในโลกหน้าจะเป็นผู้มั่งคั่ง สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เป็นผู้มีอายุยืนยาว ทั้งประกอบด้วยรูปโฉมงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะไปในที่แห่งใด ก็จะมีแต่ความสุขความเจริญทุกหนแห่ง

ข้อคิดประจำกัณฑ์
ลูกคือแก้วตาดวงใจของผู้เป็นพ่อแม่ "ลูกดีเป็นที่ชื่นใจของพ่อแม่ ลูกแย่พ่อแม่ช้ำใจ" รักใครเล่าจะเท่าพ่อแม่รัก ห่วงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่ห่วง หวงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่หวง ให้ใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้ เพราะฉะนั้นพึงเป็นลูกแก้ว ลูกขวัญ ลูกกตัญญู ที่ชาวโลกชื่นชม พรหมก็สรรเสริญฯ

  ขอขอบคุณ

http://www.geocities.com/sakyaputto/mattree.htm