ตัวอย่างการย่อความ

 

บทความเรื่อง ภาษาพาจร ของ นิตยา กาญจนะวรรณ
หนังสือสตรีสาร ปีที่ 45 ฉบับที่ 47 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2535

     ข้อสังเกตจากภาษาไทยที่ได้จากถนนนี้ยังมีที่น่าสนใจอีกหลายประการดังจะได้ยกขึ้นมา
กล่าวอีกถึงดังนี้มีการยืมคำจากภาษาต่างประเทศมาใช้โดนเปลี่ยนความหมายไปจนเจ้าของภาษาเดิม
ฟังแล้วต้องงง เช่น “จะต้องไปเข้าวินตอนเช้า” “ไปส่งพี่เขาที่วินรถหน่อย” วิน ก็คงมาจาก win นั้นเอง คงจะมาจากแถวสนามม้าที่น่าดีใจแทนคนขับรถทุกคนก็คือทุกคนเข้าวินหมดไม่มีใครเข้าเพลซเลยแต่ น่าแปลกที่คนเข้าวินทุกคนก็บ่นว่าจนอยู่เหมือนเดิมมีการเปลี่ยนแปลงความหมายของคำเดิมที่เคยใช้
มาแล้วคำเดิมที่ว่านี้ก็ไม่ใช้คำนอกวงการถนนหนทาง เป็นคำเดิมที่เคยใช้กันมานั้นเอง เช่น ทางลัด แต่เดิมมาหมายถึง ทางที่มีระยะสั้นกว่าถนนใหญ่ ถ้าถนนใหญ่ที่จะนำไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางมีระยะ 10 กิโลเมตร ทางลัดซึ่งเป็นทางแคบ ๆ อาจจะมีระยะทางประมาณ 5 - 8 กิโลเมตร แต่ในปัจจุบันนี้ ทางลัดอาจจะยาวถึงสองหรือสามเท่าของถนนใหญ่ แต่สิ่งที่ลัดคือเวลา เพราะถ้าใช้ถนนใหญ่อาจจะต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้ทางลัดอาจใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ทั้งที่ระยะทางไกลกว่า
มีการใช้ภาษาอย่างมีภาพพจน์ เช่น “รถชุมมาก” “รถชุกชุนมาก” นอกจากนี้ศัพท์ที่ใช้กันอย่างเคยชินจนเป็นภาษาราชการไปแล้ว ก็มีที่มาจากการใช้ภาษาอย่างมีภาพพจน์ เช่น สะพานลอย แล้วต่อมาก็กลายเป็นที่จอดรถลอยฟ้า ทางเดินสำหรับเขาข้ามถนนก็เรียกกันว่า ทางม้าลาย ต่อมาเมื่อเกิดมีสะพานลอยสำหรับคนข้ามถนน ก็เกิดมีคนเรียกว่าทางม้าลอย แล้วต่อมาก็มีทางม้าลอด คำนี้ต้องทายกันดูเองว่าเป็นอะไร อยู่ที่ไหน
ใครตอบได้ เก่ง แต่ไม่มีรางวัลให้

                                            

         ย่อบทความเรื่อง ภาษาพาจร ของ นิตยา กาญจนะวรรณ จากหนังสือสตรีสาร ปีที่ 45 ฉบับที่ 47 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2535 ความว่า
        มีข้อน่าสังเกตเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยไทยที่พบเห็นได้จากท้องถนน ซึ่งมีความน่าสนใจ หลายประการ ได้แก่ ประการแรกมีการยืมคำจากภาษาต่างประเทศมาใช้ เช่นคำว่า วิน ประการที่สอง มีการมีการเปลี่ยนแปลงความหมายไปจากเดิม เช่น ทางลัด เดิมหมายถึง ย่นระยะทาง แต่ปัจจุบันหมายถึง ย่นเวลา ประการสุดท้ายมีการใช้ภาษาอย่างมีภาพพจน์ เช่น รถชุมมาก สะพานลอย ทางม้าลาย เป็นต้น

 

 

Home
Back
Next