ส่วนประกอบของเรียงความ 
                  1. คำนำ เป็นข้อความที่เริ่มเรื่อง แสดงความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียน เพื่อเร้าใจผู้อ่านให้ติดตามอยากอ่านเรื่องต่อไป การเขียนคำนำอาจขึ้นต้นด้วยข้อดิด คำคม สุภาษิต หรือบทกลอนก็ได้ แล้วขยายความนั้นด้วยภาษาที่กระชับรัดกุม คำนำมีหลาย แบบ เช่น แบบขึ้นต้นด้วยส่วนรวมไปสู่เรื่องเฉพาะ, แบบมุ่งตรงสู่เรื่อง, แบบขึ้นต้นด้วยความตรงกันข้ามและเป็นปัญหาให้คิด, แบบขึ้นต้นด้วยการเล่าเรื่อง, แบบที่ทำให้เกิดความพิศวง ทั้งนี้จะเลือกใช้แบบใดย่อมขึ้นอยู่กับเรื่องที่จะเขียนด้วย ควรมีความยาว ร้อยละ 10 -15 ของเรียงความทั้งหมด
                 2. เนื้อเรื่อง หมายถึง สาระสำคัญของเรื่องที่ผู้เขียนต้องแสดงความรู้ หรือ ความคิดอย่างกว้างขวาง ถูกต้องและสมบูรณ์ ตรงตามหัวข้อเรื่องที่เขียน ไม่เขียนแบบตอบถาม วิธีเขียนเนื้อเรื่อง ผู้เขียนต้องวางโครงเรื่องไว้ก่อนที่จะลงมือเขียน แบ่งเนื้อหาเป็นย่อหน้าต่าง ๆ ในย่อหน้าหนึ่งจะมีความคิดเป็นหลักสำคัญเพียงความคิดเดียว แต่ละย่อหน้าต้องมีความต่อเนื่องสัมพันธ์กัน
และสื่อความหมายได้ชัดเจนส่วนของเนื้อเรื่องนี้ ควรได้อ้างอุทาหรณ์ต่าง ๆ มาประกอบเป็นเชิงสาธกโวหาร, เทศนาโวหาร, อุปมาโวหาร และอาจเสนอบทกลอนที่เกี่ยวข้องมาประกอบด้วย จะทำให้เรียงความมีสีสันและคุณค่ามากยิ่งขึ้นควรมีความยาว ประมาณ ร้อยละ 70 - 80 ของทั้งหมด
                3. สรุป ไม่ใช่เป็นการย่อเรื่องที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่เป็นการทิ้งท้ายเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างชัดเจนว่าผู้เขียนต้องการอะไร โดยเขียนฝากข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่คนทั่วไปคิดไม่ถึงก็ได้ ช่วงสรุปอาจทิ้งท้ายด้วยคำคม สุภาษิต หรือบทกลอนที่ประทับใจด้วยก็จะดีมาก ส่วนสรุปควรมีความยาว ร้อยละ 10 -15 ของเรียงความทั้งหมด

                                                   

 

Home
Back
Next